![]() |
|
Spaces home CherryqpPhotosProfileFriends | ![]() |
|
May 28 Honeymoon Trip Hongkong - Macau 1-5 May 2008Honeymoon Trip ของเชอรี่กับพี่หมู เป็นทริปที่ถือได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วจริง ๆ เพราะเรา 2 คนแทบจะหมดหวังกับการได้ไป honeymoon ครั้งนี้ไปแล้ว แต่ก็เหมือนสวรรค์เมตตาจริง ๆ เพราะจู่ ๆ เราก็ได้รับข่าวดีจากพี่หน่อย (พี่สาวเชอรี่เอง) ว่าเพื่อนของเค้ามีตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียจะขายให้เราในราคาถูกคือ 1500 บาทต่อใบ เพียงแต่เราจะต้องไปลงเครื่องและกลับจากมาเก๊าแทนที่จะไปฮ่องกงโดยตรงแค่นั้น เมื่อได้ความดังนั้นมีเหรอที่จะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เรา 2 คนตัดสินใจตกลงซื้อตั๋วแอร์เอเชียทันที 5555 วและในคืนนั้นเองเราก็เริ่มหาที่พักและปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางกัน จากแผนเดิมที่จะไปกลับโดยตรงที่ฮ่องกง ต้องมีการเปลี่ยนเป็นลงเครื่องที่มาเก๊าแล้วต่อเรือ ferry ไปฮ่องกง ส่วนขากลับเราจะมานอนที่มาเก๊าในคืนสุดท้ายเพื่อไม่ให้เหนื่อยกับการเดินทางมากเกินไป และแล้วเราก้ได้ที่พักที่ในฮ่องกงมา 3 คืนเรียบร้อย ถึงแม้ว่าที่พักจะอยู่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวไปหน่อยแต่ก็ได้มาในราคาที่ถือว่าถูกทีเดียว ส่วนที่มาเก๊าก็เรียบร้อยเช่นกัน เมื่อได้ทุกอย่างเรียบร้อยในคืนวันที่ 29 เมษา ทำให้เช้าวันที่ 30 เมษา เราต้องวิ่งไปโอนตังค์ค่าตั๋วแล้วก็รีบไปหาเคาร์เตอร์แอร์เชียเพื่อจ่ายตังค์ค่าภาษี ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยในวันที่ 30 เมษา ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาแพ็คกระเป๋ากันแล้วจ้า......
วันที่ 1 May 2008 BKK - Macau - Hongkong
วันนี้เราตื่นกันแต่เช้าเพราะเชอรี่เลือกเดินทางไฟล์ 10.15 น. ทำให้ต้องไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิกันตั้งแต่ 8.00 น. ป๊ากับแม่เดินทางไปส่งเรา 2 คนที่สนามบิน เมื่อจัดการเรื่อง check in เรียบร้อยแล้วเราก็ไปแลกเงินกัน ไปคราวนี้พี่หมูให้แลกเงินจากไทยไปเป็นเงิน USD แล้วค่อยไปแลกจาก USD เป็น HKD เพราะเราจะได้กำไรมากกว่า งานนี้เราแลกเงินไปจากไทย 800 USD พอแลกเงินกันเรียบร้อยเราก็ลาป๊ากับแม่แล้วก็เดินเข้าตม.เพื่อเข้าไปรอขึ้นเครื่องด้านในกัน ก่อนไปรอเครื่องเราก็แวะไปซื้อของกันที่ดิวตี้ฟรีก่อน งานนี้หมดกันไปอีกหลายพันอยู่แต่เราไม่ได้แบกของไปด้วยนะ เราฝากของไว้ที่ไทยแล้ววันกลับค่อยมารับ เชอรี่ว่าบริการนี้ดีนะสะดวกดีไม่ต้องมานั่งแบกด้วย ซื้อของเสร็จก็ออกเดินกันค่ะ เดินไปตามหาของกินมื้อเช้า แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะเบอร์เกอร์คิงที่หวังจะมาฝากท้องดันปิดชั่วคราว ทำให้เราต้องจรลีไปกินเบอร์เกอร์ของร้านอะไรซักอย่างที่อยู่ในเครือเดียวกับกาแฟ94 ซึ่งต้องขอบอกว่าแพงก็แพง แถมยังไม่อร่อยอีกต่างหากทำให้เชอรี่หงุดหงิดกันไปเลยเชียว กินเสร็จก็รีบมารอที่ gate เพื่อขึ้นเครื่องไปคราวนี้เรา 2 คนซื้อ bording express เพิ่มทั้งขาไปและขากลับ ก็สะดวกดีนะขึ้นเครื่องก่อนคนอื่น ยังไงก็ได้นั่งแถวหน้า ๆ แน่นอน ขาไปเรา 2 คนนั่งแถวหน้ากันเลยเชียว เที่ยวบินขาไปเราได้นั่งเครื่องเล็กไป ตอนแรกที่ตั้งใจจะกินข้าวกระเพราะ+ไข่ดาวเลยต้องกลายเป็นแซนวิชทูน่าแทน รสชาติก็ธรรมดาเป็นแซนวิชของร้านสีฟ้าทำส่งให้แอร์เอเชียในราคากล่องละ 70 บาท นั่งเครื่องแบบเสียว ๆ ไปได้ซักพักเราก็มามาเก๊ากันโดยปลอดภัย พอลงเครื่องก็รีบเข้าตม.กันเลย พอผ่านตม.ก็รีบออกมารับกระเป๋ากันแต่แล้วเราก็ต้องเสียเวลากันไปเพราะกระเป๋าที่เราเอามั้นตรงที่จับสำหรับลากเดินดันพังจากกระแทกตอนขนย้ายกระเป๋า ทำให้เราต้องไปติดต่อขอ claim กับทางจนท.สนามบินมาเก๊า ซึ่งเราก็ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี สุดท้ายกรณีนี้จบลงที่ทาง air asia macau จ่ายเงินให้เรา 100 เหรียญมาเก๊า พอได้รับเงินมาเราก็รีบเรียกรถจากสนามบินไปท่าเรือ ferry macau กันนั่งรถไปแป๊บเดียวก็มาถึงท่าเรือ เสียค่ารถไป 40 กว่าเหรียญ เข้าไปท่าเรือเชอรี่ก็รีบเดินเข้าไปซื้อตั๋วเรือ แต่ด้วยความสับสนทำให้เชอรี่ไปซื้อตั๋วเรือของ first ferry แทนที่จะเป็น turbojet งานนี้มีผลทำให้พี่หมูต้องเหนื่อย แต่เดี๋ยวจะมาบอกอีกทีนะจี ได้ตั๋วเรือมาเราก็เดินมารอเวลาที่เรือจะออกซึ่งเชอรี่ยังไม่รู้ตัวหรอกนะว่าซื้อตั๋วผิด มารู้ก็ตอนที่มานั่งรอเรือแล้วเห็นเรือที่จะไปมาจอดรอนั่นแหละ 5555 ทำไมเรือสีเขียวอ่ะ เรือต้องสีแดงดิ และแล้วก็รู้ว่าชั้นซื้อตั๋วผิดนี่หว่า.... แต่ก็ทำใจดีสู้เสือบอกพี่หมูไปว่าเราต้องเปลี่ยนแผนนะ เพราะเราต้องเดินจากท่าเรือเพื่อหารถไฟใต้ดินกันนะ พี่หมูก็แสนดีบอกไม่เป็นไร 555555 พอมาถึงฮ่องกงเรามาลงกันที่ท่าฝั่งฮ่องกงทำให้เราต้องเดินลากกระเป๋ากันประมาณ 2 บล็อคเพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีจิมซาจุ่ย ช่วงที่ลากกระเป๋าเดินนี่แหละที่ทำให้พี่หมูเหนื่อยและหงุดหงิด เพราะกระเป๋าใบใหญ่ของเรานอกจากที่ลากจะพังแล้วล้อก็ดันมาพังตอนนี้ร่วมอีก แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เราเดินทางไปถึงที่พักเกือบ 18.00 น. ทำให้แผนของวันแรกที่จะไปเดินเล่นแถวจิมซาจุ่ยต้องล้มเลิกไปเพราะเรา 2 คนเหนื่อยมาก แต่เราก็เลือกที่จะออกมาเดินเล่นแถวที่พักแทน แล้วก็หาของกินเล่นแถวที่พักกลับมานอนก็ 21.30 น.
วันที่ 2 May 2008 Disneyland
วันนี้ตื่นนอนกันก็เกือบ 8.30 น.แล้ว วันนี้ไม่ต้องรีบตื่นมากเพราะเช้าเราซื้อ voucher อาหารเช้าของทางโรงแรมไว้ อาหารเช้าที่นี่ก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก อาหารธรรมดามีไข่ แฮม เบคอน ข้าวต้ม ขนมปัง กินอาหารเช้าเสร็จเราก็มาเตรียมตัวเดินทางไป disneyland กัน วันนี้ฝนตกปรอย ๆ แต่เช้า ทำให้เราหวั่นใจกันเล็ก ๆ ว่าจะเที่ยวไม่สนุก แต่พอไปถึง disneyland ฝนก็หยุดตกทำให้เราดีใจกันขึ้นมา พอซื้อตั๋วเสร็จเดินเข้า disney กันเรียบร้อยเราก็เริ่มกันที่ adventure land กันก่อน ฝนเจ้ากรรมก็เริ่มตก งานนี้ก็ได้เปียกกันไป เราไปหลบฝนกันที่บ้านทาร์ซาน พอกลับจากบ้านทาร์ซานเราก็มารอดู Show Lion King กัน จบจากโชว์ออกมาฝนก็หยุดพอดี แต่ฟ้าก็ยังครึ้ม ๆ อยู่ เราออกไปดูโชว์ golden mickey แล้วก็มาต่อกันที่หนัง 4 มิติ แล้วก็ไปรอเล่นบ้านหมีพูร์ พอจบจากตรงนี้อากาศก็เริ่มมัวอีกแล้วด้วยความกลัวเราก็เลยเดินไปซื้อเสื้อกันฝนมา 2 ตัวพอซื้อเสร็จเท่านั้นแหละ แดดออกกันเลยเชียว เจ็บใจจิง ๆ เลย เราเล่นของเล่นที่ disney กันอีกหลายอย่างทั้ง Space Mountain , Buzz Lightyear , Lilo Stitch , Small World , Autopia แล้วก็มานั่งรอดูโชว์จุดพลุตอน 20.00 พอดูพลุจบก็เดินทางกลับที่พักกัน วันนี้มาเดินเล่นแถวที่พักเหมือนเดิม กลับห้องก็ 22.30 แล้วจ้า....
วันที่ 3 May 2008 Tung Chang - Repluse Bay - Avenue of Star - Sympony of Light - Shopping
วันนี้ตื่นนอนเวลาประมาณเดิมแต่ไม่ได้กินข้าวเช้าที่โรงแรม พอแต่งตัวเสร็จก็เลยออกมากินโจ๊กกันที่ร้านด้านนอกก่อนลงรถไฟฟ้าใต้ดิน เช้านี้เราจะเดินทางไปสถานีตุงชุงกันก่อนเพื่อตัดสินใจว่าจะเดินทางขึ้นรถกระเช้าไปไหว้พระใ หญ่หรือไม่ แต่พอไปถึงแล้วก็ตัดสินใจกันว่าไม่ขึ้นเพราะอากาศไม่ดี เราก็เลยเดินเล่นกันที่ห้าง City Gate แป๊บนึง แล้วก็เดินทางต่อไปที่ตึก exchange square เพื่อต่อรถไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ repluse bay กัน รถบัสหรือรถเมลล์ที่ฮ่องกงขับซิ่งมาก ๆ ทางขึ้นเข้าอถมถนนก็แคบแต่เค้าก็สามารถขับกันได้เหมือนถนนปกติ เราตัดสินใจนั่งรถเลยไปที่ stanley market กันก่อนเพื่อจะหาข้าวกลางวันกินกัน แล้วก็ไปเดินเล่นด้วย พอออกจาก stanley market เราก็เดินทางกลับมาที่ repluse bay วันนี้ที่วัดเจ้าแม่กวนอิมมีคนเดินทางมาเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นกรุ๊ปทัวร์เกาหลี ที่นี่เราเจอคนไทยอยู่ 2 กลุ่มได้ และที่นี่พี่หมูสามารถโยนเหรียญเข้าปากรูปปั้นปลานำโชคได้ภายในครั้งแรกด้วย งานนี้เรา 2 คนดีใจกันยกใหญ่เชียว ออกจาก repluse bay เราก็นั่งรถกลับลงมาที่ exchange square อีกครั้งเพื่อนั่งรถไป avenue of star ไปเดินเล่นกินลมชมวิวเพื่อรอดู sympony of light แต่เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจทำให้โชว์วันนั้นไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เราก็เลยไปเดินเล่นที่ห้าง Ocean Terminal แทน ไปเดินดูของเล่นที่ Toy're us แล้วก็ออกไปเดิน shopping กันต่อที่แถวจิมซาจุ่ย งานนี้พี่หมูได้เสื้อใหม่ กางเกงใหม่ เข็มขัดใหม่ เรียกว่าใหม่ยกชุดกันเลยเชียวหล่ะ shopping กันจนเหนื่อยและเมื่อยได้ที่กันแล้วเราก็กลับโรงแรมนอนกันตอนเกือบ 22.00 แล้ว
วันที่ 4 May 2008 ไหว้พระในเมือง - Macau
วันนี้ตื่นเวลาปกติแล้วก็ออกไปหาของกินแถวที่พักเหมือนเดิม วันนี้ต้อง check out เพื่อเดินทางไปมาเก๊า เราเก็บของเสร็จก็เอากระเป๋าลงไปฝากไว้ที่เคาร์เตอร์โรงแรมก่อนจะออกไปไหว้พระในเมืองอีก 2 วัดคือวัดนางชี กับวัดหวังต้าเซียน กลับจาก 2 วัดเราก็แวะกินข้าวกลางวันก่อนไปมาเก๊ากันที่ร้าน cafe de coral อาหารก็อร่อยดีนะ แต่คงต้องเลือกเมนูดี ๆ นิดนึง 5555 ออกจากฮ่องกงคราวนี้เชอรี่ไม่พลาดเรื่องเรืออีกเป็นอันขาดคราวนี้เดินทางอย่างมั่นใจตรงไปขึ้นเรือ ferry ของ Turbo Jet อย่างถูกต้อง นั่งเรือกลับมาถึงที่มาเก๊าก็นั่งแท๊กซี่กันไปที่โรงแรม best western taipa กันเลย เดินทางมาถึงโรงแรมเข้าห้องพักอย่างปกติ ห้องพักที่มาเก๊าห้องใหญ่กว่าที่ฮ่องกงเยอะมาก หลังจากเข้าห้องพักจัดของเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกไปเดินเล่นกันที่ Senado Square แวะไปถ่ายรูปกันที่โบสถ์ St.Paul ซื้อของฝากกันที่ร้านขายของฝากที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกันมากที่สุดของมาเก๊า แล้วก็หาอาหารโปรตุกิสทานกัน เรามาทานอาหารกันที่ห้องอาหารตรงข้าม Senado Square เราโชคดีกันมากที่เจอพนักงานที่เป็นคนไทยเลยทำให้เราตัดสินใจเลือกอาหารกันได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังไม่ค่อยอร่อยอยู่ดี อาหารเลี่ยนมาก หลังจากทานอาหารกันเสร็จเราก็นั่งแท๊กซี่ไปเที่ยวกันต่อที่ The Venecian Casino งานนี้ได้เล่นตู้สล็อต ได้ลองเล่นรูเล็ตด้วย แต่ขอบอกว่าการเล่นการพนันเป็นสิ่งไม่ดีนะจ๊ะ กลับออกจาก the venecian ด้วยรถแท๊กซี่ นั่งรถมิตเตอร์ยังไม่ทันได้ขยับเราก็กลับมาถึงโรงแรมกันแล้ว คืนนี้เก็บข้าวเก็บของอีกครั้งเพราะพรุ่งนี้ต้องกลับบ้านกันแล้วจ้า.....
วันที่ 5 May 2008 Macau - BKK
วันนี้ตื่นสายกันได้หน่อยเพราะค่าห้องที่มาเก๊ารวมค่าอาหารเช้าไว้แล้ว เราลงไปทานอาหารเช้ากันประมาณ 9.30 น.แล้ว อาหารเช้าที่มาเก๊าดูจะมีให้เลือกไม่ต่างจากที่ฮ่องกงเท่าไหร่ ทานอาหารเช้าเสร็จเราก็ลองเดินเข้าไปดู casino เล็ก ๆ ที่โรงแรม ปรากฏว่าน่าสนใจเพราะคนไม่เยอะมากและรูเล็ตก็เป็นแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ งานนี้เลยลองเล่นดูซักหน่อย งานนี้ไม่เสียด้วยแถมได้มาอีกต่างหาก หลังจากได้ตังค์มาเล็กน้อยเราก็กลับขึ้นห้องไปเก็บของเอากระเป๋ามาฝากที่ล็อบบี้แล้วออกไปเดินเล่นข้างนอกกัน แล้วก็ไปหาของกินก่อนไปสนามบินด้วย แต่ด้วยควมขี้เกียจทำให้เราไม่ได้ไปไหนไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ แค่เดินไปประมาณ 2 บล็อคก็เจอร้านแมคโดนัลก็เลยแวะกินกัน กินเสร็จยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อยก็เลยเข้าไปเล่นรูเล็ตที่ casino ของโรงแรมอีกรอบ งานนี้ลงทุนไป 50 HKD กะว่าไม่ควักมากกว่านี้แล้ว แต่เรา 2 คนโชคดีมากเพราะเราได้เงินกลับมาประมาณ 320 HKD งานนี้เลิกเล่นด้วยความเสียดาย ออกจากโรงแรมก็เรียกแท๊กซี่เดินทางไปสนามบินกันเลย ไปถึงสนามบินนั่งรอเคาร์เตอร์เช็คอินเปิดซักพักก็เข้าไปนั่งรอขึ้นเครื่อง เรารอเครื่องกันอยู่นานมาก ๆ เพราะเครื่องดีเลย์ไปเกือบ 3 ชั่วโมง เครื่องบินขากลับเราได้ขึ้นเครื่องใหญ่ของแอร์เอเชีย ทำให้คราวนี้เราได้กินข้าวผัดกระเพราไก่ด้วย แต่ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่นะ อาจจะเป็นเพราะเป็นอาหารแช่แข็งด้วยมั้งก็เลยไม่ค่อยอร่อย กลับมาถึงสุวรรณภูมิก็แยกย้ายกันไปพี่หมูไปรอที่สายพานเพื่อรอกระเป๋า ส่วนเชอรี่ก็เดินไปรับของที่ดิวตี้ฟรี แล้วเราก็ออกมาโดยน้องโจ๊กมารอรับอยู่แล้ว กลับออกจากสุวรรณภูมิแม่กับป๊าแล้วก็น้องโจ๊กกับชมพู่พาเราไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารแถวบ้าน กินข้าวเสร็จกลับเข้าบ้านก็เกือบ 22.30 แล้ว ข้าวของยังไม่แกะอะไรทั้งนั้น รีบอาบน้ำเข้านอนกันเลยเพราะวันรุ่งขึ้นเราต้องไปทำงานกันแล้ว
สรุปทริปนี้เป็น 5 วัน 4 คืนที่สนุกมาก ๆ เรา 2 คนได้อยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกัน แต่จริง ๆ แล้วเชอรี่กับพี่หมูชอบไปเที่ยวแบบนี้นะ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ทุก ๆ คนไปลองเที่ยวแบบเราบ้างนะ
Cherry + Moo May 27 My Wedding Day 27 April 2008ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานแต่งงานของเรา ก่อนอื่นคงต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ได้ไปร่วมงาน โดยเฉพาะน้องโอ๋ , น้องอ๋อม และคุณนินที่ไปช่วยงานกันตั้งแต่เช้า งานนี้ถ้าขาดเพื่อน ๆ และน้อง ๆ เพื่อนน้องโจ๊ก เชอรี่คงแย่แน่ ๆ
วันที่ 27 เชอรี่ตื่นตั้งแต่ตี 5 กว่า ๆ ออกไปแต่งหน้าทำผมที่ร้านน้าหนู แต่งหน้าทำผมเสร็จก็กลับมากินข้าวรองท้องกันซักหน่อย แล้วก็รอเวลาที่ทางเจ้าบ่าวจะมาถึง ก่อนถึงเวลาฤกษ์รู้ปัญหาจากพี่หมูว่ามีรถหลงทางกันอยู่ ทำให้มาถึงช้าแต่ก็ไม่ช้าไปมากนัก ซักประมาณ 10.15 ขบวนของทางเจ้าบ่าวก็มาถึง เชอรี่ก็ต้องมานั่งรอที่ห้องตามธรรมเนียม รอแค่แป๊บเดียวก็ได้เจอหน้าพี่หมูแล้ว (วันนี้พี่หมูหล่อมากเลยนะ) พอรับเจ้าสาวออกมาปุ๊บเราก็ออกมานั่งทำพิธีกันตามปกติ มีการเปิดเซฟให้ดูสินสอด แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องสวมแหวนแต่งงานกัน แล้วก็มีการหอมแก้มโชว์เพื่อถ่ายรูปกันพอเป็นพิธี เสร็จพิธีทุกอย่างเราก็ลงมาไหว้เจ้าที่ข้างล่างแล้วก็กินขนมอี๊มงคล (พอลงมาถึงข้างล่างเจ้าบ่าวโดนโขมยรองเท้าไปซะด้วย 1 ข้าง งานนี้เลยต้องมีการจ่ายค่าไถ่กันเป็นที่สนุกสนานเชียว ) เสร็จพิธีทุกอย่างเราก็เดินทางมาที่บ้านป๊าพี่หมู มาถึงก็ไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษกันตามประเพณี เสร็จแล้วก็ออกเดินทางไปที่ตึกช้างกันเลย ไปถึงที่ตึกพี่เงาะช่างแต่งหน้าก็มารออยู่แล้วแต่เชอรี่ส่งเพื่อนสาว 2 คนให้แต่งหน้ากันก่อน งานนี้คุณเพื่อนงามกันทุกคน พอเพื่อนสาว 2 คนแต่งหน้าเสร็จก็ถึงเวลาของเจ้าสาวกันแล้ว แต่งหน้าทำผมกันอยู่นานพอสมควร แต่งหน้าเสร็จก็มารอคิวของเจ้าบ่าวกันบ้าง งานนี้มีอุปสรรคกันนิดหน่อยตรงที่ชุดทักสิโด้ของพี่หมูติดอยู่ที่บ้านป๊า ทำให้ชุดเดินทางมาช้าพอสมควร เล่นเอาลุ้นกันหน้าดูว่าจะทันเวลาหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่งหน้าทำผมกันเสร็จก็ลงไปในงานกันเลย เห็นห้องจัดงานครั้งแรกขอบอกว่าจัดออกมาได้ตรงกับที่วางแผนไว้แทบทุกอย่าง รู้สึกดีมากจริง ๆ แต่ก็อยู่ชื่นชมห้องได้แป๊บเดียวก็ต้องมาเตรียมตัวรับแขกและยกน้ำชากัน พิธีต่าง ๆ ผ่านไปด้วยดี แขกก็ทยอยกันมา งานนี้แขกผู้ใหญ่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานกันเยอะมาก คงต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านอีกครั้ง และต้องขอขอบคุณแม่กับป๊าด้วยที่ทำให้งานในวันนั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ ขอบคุณเพื่อน ๆ ของน้องโจ๊กทุกคนที่มาช่วยนั่งโต๊ะรับแขกกันหลายคน ทำให้งานนี้เหมือนเป็นงานเด็กวันรุ่นมาก ๆ ขอบคุณน้องอ๋อม , น้องโอ๋ และคุณยู้ที่ช่วยรับขแกและพาแขกลงโต๊ะได้อย่างสมบูรณ์แบบมาก ๆ งานนี้โต๊ะเต็มสวยงามจริง ๆ และขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มาร่วมงาน เป็ด ธรรมพล ที่มาเป็นพิธีกรให้ด้วย งานจบลงได้อย่างสวยงาม แขกทยอยกลับพร้อมความสุขและอิ่มอร่อย เชอรี่กับหมูดีใจมากที่ได้ยินจากปากแขกว่าจัดงานดีมาก อาหารอร่อยมาก งานนี้ทำเอาเชอรี่หายเหนื่อยจริง ๆ กับการเตรียมงานล่วงหน้ากว่า 1 ปี พอจบงานเราก็เดินทางกลับบ้านกัน รอถึงเวลาฤกษ์ส่งตัวตอน 23.00 ก็ขึ้นห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว แกะผมที่แสนจะแข็งและยุ่งเหยิงออก กว่าจะได้นอนคืนนั้นก็ปาเข้าไปตี 1 แล้ว และงานก็จบลงอย่างสวยงามจริง ๆ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
Cherry & Moo February 18 27 เมษายน 2008 วันแต่งงานเชอรี่ค้าบบบบบบขอเชิญเพื่อน ๆ ทุกคนมาร่วมงานกันนะคะ ช่วงเช้าเชอรี่มีงานหมั้นแล้วก็รับเจ้าสาวที่บ้าน จัดเล็ก ๆ ส่วนตอนเย็นมีงานเลี้ยงฉลองสมรสที่ตึกช้างนะคะ ห้องคชาธาร ชั้น 25 อาคาร B ยังไงก็ขอเชิญด้วยนะคะ
อยากให้มาร่วมงานกันเยอะ ๆ นะคะ
Cherry 2 ปีที่เรารักกันครบ 2 ปีแล้วที่เชอรี่กับพี่หมูรักกันมา และเหลืออีกเพียงไม่กี่วันแล้วที่เรา 2 คนจะได้แต่งงานกัน
อยากบอกว่าเชอรี่มีความสุขมาก ๆ ที่การกลับมาคบกันของเราคราวนี้เป็นการกลับมาที่มีค่ามากขนาดนี้
เชอรี่สัญญาค่ะ ว่าอนาคตของเราจะต้องสดใส และมีความสุขมากขึ้น
หนูรักพี่หมูมากนะคะ
Cherry September 25 ปีครึ่งแล้ว ขอให้เรารักกันอย่างงี้นาน ๆ นะคะเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา เชอรี่กับ honey ก็คบกันมาได้ 1 ปีครึ่งพอดี เวลาที่ผ่านมาเราสองคนผ่านอะไรกันมาเยอะมากๆๆ และแต่ละเรื่องที่ผ่านเข้ามาทำให้เราได้เรียนรู้กันและกันได้มากจริง ๆ เชอรี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตัวเชอรี่จะอดทนกับเรื่องราวอะไรได้มากมายขนาดนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เชอรี่อดทนได้ขนาดนี้เชอรี่ขอบอกเลยว่าคือ honey คนเดียวจริง ๆ
ยังไงก็แล้วแต่เชอรี่ขอบอกตรงนี้เลยนะคะว่า เชอรี่รัก honey นะ ขอให้เรารักกันอย่างงี้ตลอดไปนะคะ
Cherry Dumex กับเวลาเกือบ 1 เดือนและแล้วเชอรี่ก็ได้เริ่มงานที่ Dumex มาเกือบ 1 เดือนเต็มแล้ว สำหรับงานใหม่ของเชอรี่ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย ไม่ใช่ว่าอวดฉลาดนะ แต่มันไม่มีปัญหาอะไรเลยจริง ๆ ระบบที่มีอยู่เชอรี่ก็เรียนรู้ได้เกือบจะทุกอย่างแล้ว คาดว่าอีก 3 เดือนต่อไปคงจะสามารถรู้ได้เกือบจะหมดทุกเมนูเหมือนคนอื่น ๆ แน่นอน ( 5555 ขี้โม้ไปมั๊ยเนี่ย )
เวลาเกือบ 1 เดือน ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อรีบออกไปขึ้นรถโรงงาน ขึ้นรถได้แล้วก็หลับอย่างเดียวเลย หลังจากมาถึงโรงงานก็กินอาหารเช้าในราคา 2 บาทขาดตัว กินข้าวเสร็จก็ทำงาน เที่ยงก็กินข้าวอีกแล้ว อาหารที่นี่ กับข้าวราคาจานละ 2 บาท ยกเว้นอาหารพิเศษจะจานละ 5 บาท ส่วนข้าวมีให้ตักฟรี น้ำมีตู้น้ำเปล่าให้กดแบบฟรี กาแฟมีเครื่องทำกาแฟสดให้ชั้นละ 1 เครื่อง น้ำตาล คอฟฟี่เมต ฟรีหมด ตักได้ไม่อั้น ( ประหยัดจริง ๆ ) เย็น 16.30 ก็เลิกงานแล้ว ขึ้นรถโรงงานกลับบ้าน ช่วงนี้ดีหน่อยไปลงแถวกิ่งแก้วแล้วรอ honey มารับกลับบ้านไปกินข้าวเย็นที่บ้านพร้อมกัน แต่ต่อไปก็คงต้องกลับเอง เพราะ honey ได้งานใหม่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพแล้ว ยกเว้นแต่เชอรี่จะไปหา honey ที่ SCB ก็คงได้กลับพร้อมกัน
ที่ผ่านมาถือได้ว่าการมาทำงานที่นี่ทำให้เชอรี่ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมาก ๆ ถ้าตั้งใจเก็บเงินดี ๆ คาดว่าเราน่าจะเก็บเงินได้เยอะดีทีเดียว
วันนี้ไว้เท่านี้ก่อนนะ แล้วจะมาอัพบล็อคบ่อย ๆ นะ
Cherry August 21 ลาก่อนนะจ๊ะเด็นโซ่ไม่ได้เข้ามา update blog ซะนานจนเกือบลืมไปซะแล้วว่าเราก็มี blog กับเค้าเหมือนกัน วันนี้ว่างงานก็เลยขอเข้ามา update กันซะหน่อย ตามหัวข้อที่ตั้งเอาไว้เลยจ้า คือเดือนหน้านี้เชอรี่จะได้ไปเริ่มงานที่บริษัทใหม่กันแล้วหลังจากที่เฝ้าเพียรหามานานในที่สุดก็มีที่ไปกับเค้าซะที และบริษัทใหม่ที่จะย้ายไปอยู่ก็คือบริษัท Dumex การย้ายงานคราวนี้ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่เชอรี่เองก็กลัวอยู่เหมือนกัน อาจเป็นเพราะเราอยู่ที่เด็นโซ่มานานก็เป็นได้เลยทำให้ความกล้ามันหายไปเยอะ นึก ๆ ไปแล้วก็เศร้าใจอยู่เล็ก ๆ เพราะเชอรี่เองก็ผูกพันกับที่เด็นโซ่อยู่มาก กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่นี่เราร่วมงานกันได้แบบสบาย ๆ ทุกคนน่ารักและเป็นเพื่อนเป็นพี่ที่ดีมาก ๆ ก็คงต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่ได้รู้จักและเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาหลายปี หวังว่าทุก ๆ คนคงจะเป็นกำลังใจให้เชอรี่ก้าวเดินต่อไปนะจ๊ะ January 30 Chiang Mai Trip 24 - 27 Dec 2006ในที่สุดก็ได้มา upblog กันซะที ทริปนี้เป็นที่ทริปที่สนุกมาก ๆ ทริปนึงที่เชอรี่ได้ไปเที่ยวมา และที่สำคัญทริปนี้เป็นทริปที่เชอรี่เดินทางไปกับ honey แค่ 2 คนอีกด้วย การที่เราได้ไปเที่ยวกันมันก็ทำให้เราได้ใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้นเหมือนกันนะ มาเริ่มเรื่องของทริปกันเลยดีกว่า จริง ๆ แล้วทริปนี้เชอรี่ชวนอ๋อมกับยู้ไปด้วยแต่ 2 คนนั้นติดปัญหานิดหน่อยเลยทำให้ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย สำหรับไฮไลท์ของทริปนี้ก็คือการเดินทางขึ้นไปนอนค้างที่ดอยอ่างขาง 1 คืนซึ่งเราคิดกันไว้ว่าจะนอนเต้นท์แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ไหว ขอนอนห้องพักดี ๆ แทนดีกว่า และไฮไลท์ที่สำคัญอีกอย่างก็คือการไปเที่ยวงานราชพฤกษ์ ดังนั้นเราจึงใช้เวลาทั้งหมดอยู่ที่เชียงใหม่กันตลอด 4 วัน 3 คืน เพื่อไม่ให้เป็นการเสีนเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะ
24/12/2006
เช้านี้ออกจากบ้านด้วยอารมณ์ง่วงปนดีใจที่ได้ไปเที่ยว honey นั่งแท๊กซี่มารับที่บ้านประมาณตี 5 เพราะเราจองตั๋วเครื่องบินไว้ไฟล์เช้าสุดคือ 6.15 น. มาถึงสนามบินก็ทำการเช็คอินกันตามปกติ แต่มันไม่ปกติตรงที่เราสองคนแอบไปโซนผู้สารต่างประเทศมาด้วย เลยได้ถ่ายรูปมาเป็นที่ระลึก และได้อาหารเช้ามาเป็นแฮมเบอร์เกอร์ของเบเกอร์คิงกับกาแฟดอยตุง แล้วเช้านี้เครื่องบินเราดีเลย์ไปประมาณ 1 ชั่วโมง การเดินทางทุกอย่างปลอดภัยดีจนมาถึงเชียงใหม่กันประมาณเกือบ 9 โมง หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อยเราก็นั่งแท๊กซี่สนามบินมาเข้าที่พักสำหรับคืนแรกกันที่ที่ธาดากรคอร์ท ซึ่งเป็น service apartment เปิดใหม่ ราคาห้องก็ไม่แพงมากด้วย แถมห้องก็ใหม่แล้วก็สะอาดดีเลยหล่ะ หลังจากเก็บของ นอนพัก กันเรียบร้อยดีแล้วเราก็ออกเดินทางเข้ามากันที่ประตูท่าแพเพื่อหารถเช่าไว้ใช้กันในช่วงที่อยู่เชียงใหม่แล้วก็ใช้ขับขึ้นดอยอ่างขางกันด้วย เรา 2 คนตกลงที่จะเช่ารถ honda city zx ป้ายแดงมาในราคา 1400 บาท/วัน แต่เราต้องมารับรถกันตอน 2 ทุ่ม ช่วงนี้เราก็เลยเช่ามอไซต์มาขี่เที่ยวกันก่อน พอได้มอไซต์มาเราก็ออกเดินทางไปกินข้าวกลางวันกันที่ร้านข้าวซอยที่อยู่ตรงด้านหลังไนท์บาซาร์ กินข้าวซอยกันเสร็จก็วนมากินกาแฟ starbuck แล้วก็สรุปกันว่าเราจะขี่มอไซต์ไปไหว้พระกันที่วัดเจ็ดยอดเสร็จแล้วเราจะไปไหว้พระกันต่อที่วัดพระสิงห์แล้วก็จะไปปิดท้ายกันด้วยการเดินถนนคนเดิน ตอนแรกที่ไปวัดเจ็ดยอดเรา 2 คนไม่รู้เลยว่าวัดนี้มีความสำคัญอะไรบ้างแต่พอมาถึงเราก็เลยรู้สึกดีมากขึ้นเพราะวัดเจ็ดยอดถือเป็นวัดประจำคนเกิดปีมะเส็ง งานนี้ก็เลยโชคดีไปที่เราตัดสินใจมาไหว้พระที่วัดนี้ ส่วนวัดพระสิงห์เป็นวัดประจำของคนเกิดปีมะโรง หลังจากที่ได้ไหว้พระทำบุญกันแล้วคราวนี้ก็มาถึงการเดินดูของกันบ้าง เรา 2 คนเริ่มออกเดินกันตั้งแต่ยังไม่มืดมากซึ่งช่วงแรกคนยังน้อยอยู่แต่มาช่วงหลัง ๆ คนเยอะมาก ๆ จนเราเริ่มสู้ไม่ไหวเลยขอถอยทัพออกมารับรถที่เช่าไว้ หลังจากเป็นปลื้มกับรถเช่าป้ายแดงแล้วเราก็แวะไปกินข้าวเย็นที่ร้านดังของเมืองเชียงใหม่ คือร้าน the good view กินข้าวเสร็จก็รีบกลับห้องพัก เตรียมตัวเดินทางขึ้นดอยวันพรุ่งนี้กัน
25/12/2006
ตื่นนอนกันมาแต่เช้าเพราะวันนี้เราจะต้องเดินทางขึ้นดอยอ่างขางกัน ก่อนขึ้นดอยเราก็ไปแวะซื้อของกินติดรถกันนิดหน่อยที่กาดสันป่าข่อย เสร็จแล้วก็ไปซื้อของกันอีกนิดหน่อยที่ห้างคาร์ฟูร์ หลังจากนั้นก็เริ่มออกเดินทางกันเลย เรา 2 คนตัดสินใจขับรถขึ้นดอยโดยใช้ทางอ้อมหน่อยแต่ไม่ค่อยชันซึ่งทางค่อนข้างเล็กและไม่ค่อยมีรถวิ่งเท่าไหร่ งานนี้กว่าจะถึงยอดดอยอ่างขางเราใช้เวลากันถึง 3 ชั่วโมงเศษ ๆ กันเลย แต่พอลงจากรถเราก็รู้สึกหายเหนื่อยกันเลยเพราะอากาศบนนั้นหนาวได้ใจเลย เรา 2 คนก็เลยตัดสินใจไม่นอนเต้นท์ งานนี้ก็เลยต้องเดินหาห้องพักกันแต่ดีหน่อยที่เราหาแค่ 2 ที่เราก็ได้ห้องมาในราคา 2000 บาท ห้องขนาดใหญ่มาก นอนกันได้ 5 - 6 คนเลยแต่เรานอนกันแค่ 2 คน ห้องน้ำที่นี่มีน้ำอุ่นให้อาบ เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องแบบหม้อต้มโดยใช้แก๊ส งานนี้ก็เลยได้น้ำร้อนสมใจแต่ถึงยังไงก็ยังหนาวอยู่ดี เพราะอากาศข้างนอกตอนเย็น ๆ ก็เริ่มลดลงเรื่อย ๆ แล้ว หลังจากเข้าห้องพักแล้วเราก็ออกมาเที่ยวที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง งานนี้ด้วยความขี้เกียจเดินก็เลยเช่าจักรยานมาขี่กันคนละคันสุดท้ายเราก็ต้องเดินลากจักรยานกันซะหลายจุดเลย ที่สถานีเกษตรหลวงเราก็ไปแวะถ่ายรูป กินขนมกินกาแฟกันนิดหน่อยแล้วก็ต้องรีบออกมาเพราะเข้าไปตอนเย็นกันแล้ว กลับออกจากสถานีเกษตร เราก็กลับห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอเวลาลงมากินข้าว แล้วก็ลอยโคม แต่เกิดการกะเวลาผิดพลาดก็เลยทำให้ตอนที่เราลงมาร้านค้าต่าง ๆ เค้าเก็บกันหมดแล้ว คืนนี้มื้อเย็นเลยต้องกินมาม่าคัพกันไป แต่เราก็ยังยิ้มได้อยู่นะเพราะเราได้ลอยโคมด้วย งานนี้อุตส่าห์ซื้อโคมมาจากถนนคนเดินในเมืองเชียงใหม่ขืนไม่ได้ลอยต้องมีเคืองกันแน่ ๆ เลย วันนี้จบทริปลงด้วยความหนาวเย็น คืนนี้เรา 2 คนก็ขอมุดอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างหนาแถมเสื้อผ้าอย่างหนาอีกต่างหาก
26/12/2006
วันนี้ตื่นเช้าอีกแล้วเพราะ honey อยากออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก แต่เรา 2 คนไม่ได้ไปดูที่จุดที่คนอื่นเค้าไปกันเราก็เลยได้ความเป็นส่วนตัวกันค่อนข้างมากเลยทีเดียว เราแวะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันบริเวณจุดกางเต้นท์ที่ตอนแรกเราว่าจะไปพักกัน ตรงบริเวณนั้นคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะว่าวิวตรงนั้นคงสวยสู้จุดชมวิวข้างบนไม่ได้ แต่สำหรับเชอรี่แล้ววิวตรงนั้นสวยมาก ๆ เลยหล่ะเพราะเรามีคนที่พิเศษที่สุดไปอยู่ข้าง ๆ ด้วย กลับจากถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเราก็กลับมากินข้าวเช้ากันเสร็จแล้วก็เริ่มเก็บของเตรียมกลับเข้าเมืองเชียงใหม่กัน ทางขากลับเราจะใช้อีกทางที่เป็นทางชัน ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าชันมาก ๆ โค้งหักศอกก็หักศอกกันสุด ๆ งานนี้นั่งลุ้นกันจนเหนื่อยกว่าจะลงมาได้ กว่าเราจะเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ก็บ่ายมากแล้วเราก็เลยแวะไปกินขนมกันที่ร้าน love at first bite ที่ตอนนี้กำลังดังมาก ๆ ที่เชียงใหม่ ขนมก็อร่อยดีนะ ร้านก็บรรยากาศดี กินกันอิ่มดีแล้วเราก็มาเช็คอินกันที่โรงแรมอโมราท่าแพกัน โรงแรมนี้เชอรี่จองผ่านทาง web octopus ในราคา 1600 บาท เป็นห้องดีลักซ์แต่ตอนที่เราไปเช็คอิน ห้องเต็มทางโรงแรมก็เลยอัพเกรดห้องให้เป็นห้องสูทงานนี้เชอรี่ก็เลย happy ดี๊ด๊ามีความสุข พอเข้าห้องพักก็พักเหนื่อยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันใหม่เพราะเมื่อช่วงเช้าอยู่บนดอยอาบน้ำกันไม่ได้เลยเพราะหนาวมากๆๆๆๆ อาบน้ำกันแล้วก็มาเตรียมตัวออกเดินทางไปเที่ยวงานราชพฤกษ์กัน เราไปจอดรถกันไว้ที่ที่จอดรถแถว ๆ หน้าทางเข้างานแล้วนั่งรถสองแถวต่อเข้าไปอีกที ในงานช่วงที่ไปอากาศดีมาก ๆ ไม่ร้อนเลย อาจเป็นเพราะเราไปตอนเย็นแล้วก็เป็นได้ แต่เราก็ไม่ได้เดินจนทั่วงานนะ เราเลือกเดินเฉพาะจุดไฮไลท์ของงานอย่างสวนของเนเธอร์แลนด์ แล้วก็รอดูขบวนพาเรดตอนปิดงานแค่นั้น ออกจากงานราชพฤกษ์เราไปกินข้าวต้มกันที่ร้านแดง ซึ่งหลงทางกันไปหลายรอบกว่าจะหาร้านเจอ ปิดท้ายคืนนี้ด้วย hotdog ร้าน mike's ที่อยู่แถว ๆ โรงแรม งานนี้ honey ชิมไปคนเดียวเพราะเชอรี่ไม่ไหวแล้วจ้า....
27/12/2006
วันนี้ตื่นนอนมาสายหน่อยเพราะไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน และตอนเช้าก็มีอาหารเช้ากินที่โรงแรมอยู่แล้ว หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จเราก็ตกลงกันว่าเราจะออกไปซื้อของฝากกันที่กาดต้นพยอม หลังจากซื้อของเสร็จแล้วเราก็กลับมาโรงแรมอาบน้ำเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านกัน เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเราไปกินอาหารกลางวันเป็นบุฟเฟห์ติ่มซำที่โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด บอกตรง ๆ ว่าอิ่มกันมากกกกก กินกันเสร็จแล้วเราก็ออกไปเที่ยวที่สวนสัตว์เชียงใหม่กัน เชอรี่ได้ไปดูช่วงช่วงกับหลินฮุ่ยแล้วก็โคอาล่ามาด้วย ออกจากสวนสัตว์เชียงใหม่เราก็ตรงไปสนามบินกันเลยเพราะเรานัดให้บริษัทรถเช่ามารับรถคืนที่สนามบิน หลังจากถึงสนามบินเช็คอินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่เค้าก็มารับรถคืน ช่างสะดวกสบายดีเหลือเกินแต่เราก็ต้องมาโชคร้ายเพราะเครื่องบินของเราดีเลย์ไปประมาณ 2 - 3 ชั่วโมงเลยแต่เราก็กลับมาถึงกรุงเทพกันอย่างปลอดภัยดี
ทริปเชียงใหม่คราวนี้เชอรี่ตั้งงบไว้ประมาณคนละ 10000 แต่งานนี้ใช้ไปประมาณคนละประมาณ 12000 ก็ถือว่าเกินงบมาไม่มากเพราะเรามีค่าที่พักบนดอยอ่างขางที่ไม่ได้แพลนไว้กับค่าเช่ารถที่เกินมา 1 วันซึ่งถ้าไม่รวม 2 อย่างนี้ก็ถือว่าทริปคราวนี้ไม่มีเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ที่สำคัญก็คือทริปนี้เป็นทริปไปเที่ยวหลายวันครั้งแรกที่เชอรี่ได้ไปกับ honey แค่ 2 คน เชอรี่ดีใจมากแล้วก็สนุกมากๆๆ ถ้าเป็นไปได้เชอรี่ก็อยากให้เราไปเที่ยวกันแบบนี้อีกนะคะ
ก่อนจบก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากบอกว่า เชอรี่รัก honey ที่สุดเลยนะคะ
Cherry
December 14 เพิ่งรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด วันนี้ว่างและเบื่อก็เลยกลับเข้ามา up blog อีกครั้ง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าเริ่มด้วยเหตุผลที่ตั้งชื่อ blog ของครั้งนี้ไว้ว่า เพิ่งรู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ก็เพราะว่าช่วงหลายวันที่ผ่านเชอรี่ได้รับความรู้สึกแบบนี้หลายครั้งมาก อาจเป็นเพราะช่วงนี้เชอรี่ต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่มันทำให้เราต้องทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมและเป็นสิ่งที่เราไม่เคยคิดจะทำมาก่อนก็เป็นไปได้ อย่างเช่น เรื่องของการซื้อบ้าน หรือการซื้อรถเป็นของตัวเอง ด้วยความที่เชอรี่ไม่เคยต้องคิดถึงเรื่องแบบนี้มาก่อน พอต้องมาคิดเรื่องพวกนี้ก็ทำให้เราเกิดการวาดฝันซะสวยหรูเพราะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เราก็ได้รับบทเรียนที่สำคัญมาจากการตัดสินใจผิดพลาดกันหลายครั้งเลยทีเดียว อย่างเช่นเราต้องเสียเงินค่าจองรถไปฟรี ๆ ถึง 6,000 บาท จากการตัดสินใจเร็วไป งานนี้ก็เลยทำให้เกิดอาการเครียดกันไปเล็กน้อย ส่วนเรื่องบ้านด้วยความที่เราเริ่มต้นไปดูหมู่บ้านที่สวยมาก ๆๆ ก่อนเป็นที่แรกก็เลยทำให้การไปดูหมู่บ้านอื่นมันไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่งานนี้ด้วยความที่พลาดเรื่องรถไปแล้วเราก็เลยมีการพาผู้ใหญ่ไปช่วยดูบ้านด้วย ก็เลยมีคนคอยเตือนเรื่องอื่น ๆ ด้วย เลยทำให้ยังไม่ต้องเสียตังค์ค่าจองฟรีกันไปก่อน
ช่วงนี้เชอรี่กับหวานใจก็อยู่ในช่วงเก็บตังค์กันอย่างแรง เพราะราคาบ้านมันไม่ใช่น้อย ๆ ได้ยินราคาแล้วรู้สึกใจหายเล็ก ๆ เพราะทำให้เรารู้เลยว่าการที่เราไม่มีเงินเก็บเลยมันจะมาลำบากกันตอนไหน เฮ้ออออออ คิดแล้วก็ทำให้เครียด รู้งี้เชื่อคำพ่อแม่ไว้ดีกว่า ตอนนี้ก็เลยพยายามทำตัวเป็นเด็กดี ประหยัดตังค์เอาไว้ ท่าทางกลับมากจากเชียงใหม่คราวนี้ เราคงต้องสงบเงี่ยมกันไว้ให้มากเลยทีเดียว แต่เพื่ออนาคตยังไงเราต้องสู้ๆๆๆๆๆ ใช่มั๊ยจ๊ะเพื่อน ๆ
บ้านที่เชอรี่ไปดูมา ขอบอกว่าสวยมากๆๆๆ เชอรี่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะว่าในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง งานนี้ต้องขอขอบคุณคุณหวานใจที่ทำให้เชอรี่ได้เรื่องบ้านเข้ามาในชีวิต
วันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนแล้วกันนะ ไว้จะหาเรื่องมาเขียนให้อ่านกันใหม่นะจ๊ะ
Cherry
November 27 Pattaya Trip on 25 - 26 Nov 2006สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เชอรี่มีโอกาสไปเที่ยวพัทยามาอีกแล้วจ้า ไปคราวนี้ก็ไปกับสุดที่รัก และอ๋อมกับยู้อีกเช่นเดิม จริง ๆ แล้วพวกเรา plan กันไว้ทีแรกว่าจะไปเที่ยวเกาะช้างกันแต่ด้วยเวลาที่ไม่อำนวยเพราะมันแค่ 2 วัน 1 คืน และหาที่พักไม่ได้ ก็เลยทำให้พวกเราเปลี่ยนใจมาเที่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพ และ ระยองแทน เพื่อให้ไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทางมากเกินไป เชอรี่ออกเดินทางจากกรุงเทพไปตั้งแต่คืนวันศุกร์ เลิกงานตอน 5 โมงเย็นแล้วก็ไปจัดการจ่ายหนี้จ่ายสินทีซีคอนด้วยและก็ถือโอกาสรอสุดที่รักเลิกงานไปด้วยในตัว ประมาณเกือบทุ่มสุดที่รักก็มาถึงซีคอน เราไปหาอะไรกินกันก่อนเดินทางที่ร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง กินกันเสร็จก็ไปแวะซื้อกาแฟที่ starbuck ร้านโปรดของเชอรี่เอง กินกาแฟกันไปคนละแก้ว โดยไม่ได้คิดถึงเลยว่าเวลาในตอนนั้นมัน 2 ทุ่มกว่า ๆ เข้าไปแล้ว ซื้อกาแฟเรียบร้อยก็ได้เวลาออกเดินทางกันซะที งานนี้เชอรี่เลือกที่จะไปทางถนนบางนา-ตราด เพราะขี้เกียจอ้อมไปทางมอเตอร์เวย์ เดี๋ยวนี้การเดินทางไปพัทยาทางถนนบางนา-ตราด สุดแสนจะสะดวกสบายเสียเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะเราเดินทางกันตอนมืดแล้วด้วย แต่เท่าที่สังเกตุดู รถก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แถมยังมีทางยกระดับที่ขับยาวไปเรื่อยมาลงอีกทีก็เข้าตัวเมืองชลบุรีแล้ว ช่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน แต่การเดินทางทางนี้ก็จะมาเสียเวลาเวลาขับรถผ่านตัวเมืองชลบุรีแทนเพราะจะมีปัญหาพวกสัญญาณไฟค่อนข้างเยอะ แต่เราก็มาถึงพัทยาได้โดยใช้เวลาไม่ต่างจากทางมอเตอร์เวย์เท่าไหร่ พอมาถึงพัทยาเราก็ต้องมาหาที่พักกันเพราะเชอรี่จองห้องไว้เฉพาะคืนวันเสาร์ เพราะตอนแรกยังไม่แน่ใจสุดที่รักจะเลิกงานกี่โมง การไปหาที่พักเอาในช่วงเวลากลางคืนมันช่างน่าหงุดหงิดใจเสียเหลือเกิน เพราะเราจะมีอารมณ์ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วงเข้ามาปน ทำให้เกิดความหงุดหงิดเข้ามาแทรกในใจ ก็เลยทำให้เชอรี่กับสุดที่รักมีงอนกันเล็กน้อย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เราหาที่พักกันได้ที่โรงแรมแกรด์ โชเล่ ตรงเส้นพัทยาสาย 2 ห้องพักเป็นห้องดีลักซ์ในราคา 1800 บาท ราคาค่อนข้างสูงแต่ก็ได้ห้องใหญ่โตโอ่อ่าดีทีเดียว แล้วเราก็ได้เข้านอนกันตอนตี 1 กว่า ๆ ตื่นมาอีกทีก็ 8 โมงกว่าเข้าไปแล้ว เราลงไปกินอาหารเช้ากันรอคุณอ๋อมกับคุณยู้ อาหารเช้าก็ธรรมดาไม่มีอะไรเลิศหรูมากตามสไตล์อาหารเช้าของโรงแรมในพัทยาทั่ว ๆ ไป อ๋อมกับยู้มาถึงพัทยาเกือบ 10 โมงได้ เราเลย check out ออกจากโรงแรมแล้วนัดไปเจออ๋อมกับยู้ที่ outlet mall พวกเราไป shopping กันที่ outlet กันอีกพักใหญ่ เชอรี่ซื้อเสื้อผ้าให้สุดที่รักไป 1 ชุด ใส่แล้วแสนจะดูดี ( ชมด้วยความจริงใจนะเ |